logo
กรมธนารักษ์
สำนักงานธนารักษ์พื้นที่สตูล
THE TREASURY
DEPARTMENT
MENU
  • A
  • A
  • A

เกี่ยวกับจังหวัด

จังหวัดสตูล

          ในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ สตูลเป็นเพียงตำบลหนึ่งอยู่ในเขตเมืองไทรบุรี ฉะนั้นประวัติความเป็นมาของจังหวัดสตูล จึงเกี่ยวข้องกับเรื่องราวของเมืองไทรบุรี ดังปรากฎในหนังสือพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๒ ว่า "ตามเนื้อความที่ปรากฏดังกล่าวมาแล้ว ทำให้เห็นว่าในเวลานั้น พวกเมืองไทรเห็นจะแตกแยกกันเป็นสองพวก คือ พวกเจ้าพระยาไทรปะแงรันพวกหนึ่ง และพวกพระยาอภัยนุราชคงจะนบน้อมฝากตัวกับเมืองนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะเมื่อพระยาอภัยนุราชได้มาเป็นผู้ว่าราชการเมืองสตูล ซึ่งเขตแดนติดต่อกับเมืองนครศรีธรรมราช พวกเมืองสตูลคงจะมาฟังบังคับบัญชาสนิทสนมข้างเมืองนครศรีธรรมราชมากกว่าเมืองไทร แต่พระยาอภัยนุราชว่าราชการเมืองสตูลได้เพียง ๒ ปี ก็ถึงแก่อนิจกรรม ผู้ใดจะได้ว่าราชการเมืองสตูล ต่อมาในชั้นนั้นหาพบจดหมายเหตุไม่ แต่พิเคราะห์ความตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลัง เข้าใจว่าเชื้อพระวงศ์ของพระอภัยนุราช (ปัศนู) คงจะได้ว่าราชการเมืองสตูลและฟังบังคับบัญชาสนิทสนมกับเมืองนครศรีธรรมราชอย่างครั้งพระยาอภัยนุราชหรือยิ่งกว่านั้น"

          เรื่องเกี่ยวกับเมืองสตูลยังปรากฎในหนังสือพงศาวดารเมืองสงขลา แต่ข้อความที่ปรากฎบางตอนเกี่ยวกับชื่อผู้ว่าราชการเมืองสตูล ไม่ตรงกับพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๓ ประวัติเกี่ยวกับเมืองสตูลในการจัดรูปแบบการปกครองเมือง ตามระบอบมณฑลเทศาภิบาลว่า ในปี พ.ศ. ๒๔๔๐ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รักษาเมืองไทรบรี เมืองเปอร์ลิส และเมืองสตูลเป็นมณฑลเทศาภิบาล เรียกว่า "มณฑลไทรบุรี" โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาไทรบุรีรามภักดี เจ้าพระยาไทรบุรี (อับดุลฮามิต) เป็นข้าราชการเทศาภิบาลมณฑลไทรบุรี เมืองสตูลได้แยกจากเมืองไทรบุรีอย่างเด็ดขาด ตามหนังสือสัญญาไทยกับอังกฤษเรื่องปักปันเขตแดนระหว่างไทยกับสหพันธรัฐมาลายู ซึ่งลงนามกันที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม ร.ศ.๑๒๗ (พ.ศ. ๒๔๕๒) จากหนังสือสัญญานี้ยังผลให้ไทรบุรีและปลิสตกเป็นของอังกฤษ ส่วนสตูล คงเป็นของไทยสืบมาจนถึงปัจจุบัน

          เมื่อปักปันเขตแดนเสร็จแล้ว ได้มีพระราชโองการโปรดให้เมืองสตูลเป็นเมืองจัตวารวมอยู่ในมณฑลภูเก็ต เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ร.ศ.๑๒๘ (พ.ศ. ๒๔๕๓)

          ในปีพุทธศักราช ๒๔๗๕ ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย เมืองสตูลก็มีฐานะยกเป็นจังหวัดหนึ่งอยู่ในราชอาณาจักรไทยสืบต่อมาจนถึงกระทั่งทุกวันนี้

          คำว่า"สตูล" มาจากคำภาษามาลายูว่า "สโตย" แปลว่ากระท้อน อันเป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่ขึ้นอยู่ชุกชุมในท้องที่เมืองนี้ ซึ่งต่อมาได้รับการตั้งสมญานามเป็นภาษามาลายูว่า "นครสโตยมำบังสการา (Negeri Setoi Mumbang Segara) " หรือแปลเป็นภาษาไทยว่า สตูล เมืองแห่งพระสมุทรเทวา  ดังนั้น "ตราพระสมุทรเทวา" จึงกลายเป็นตราหรือสัญลักษณ์ของจังหวัดมาตราบเท่าทุกวันนี้

          จังหวัดสตูล แม้จะอยู่รวมกับไทรบุรีในระยะเริ่มแรกก็ตาม แต่จังหวัดสตูลก็เป็นจังหวัดที่มีดินแดนรวมอยู่ในประเทศไทยตลอดมา ระยะแรก ๆ จังหวัดสตูล แบ่งเขตการปกครองออกเป็น ๒ อำเภอ กับ ๑ กิ่งอำเภอ คือ อำเภอมำบัง อำเภอทุ่งหว้า และกิ่งอำเภอละงู ซึ่งอยู่ในการปกครองของอำเภอทุ่งหว้า ต่อมาปี พ.ศ. ๒๔๘๒ ได้เปลี่ยนชื่ออำเภอมำบังเป็นอำเภอเมืองสตูล สำหรับอำเภอทุ่งหว้า ซึ่งในสมัยก่อนนั้นเจริญรุ่งเรืองมาก มีเรือกลไฟจากต่างประเทศติดต่อ ไปมาค้าขายและรับส่งสินค้าเป็นประจำ สินค้าสำคัญของอำเภอทุ่งหว้า คือ "พริกไทย" เป็นที่รู้จักเรียกตามกันในหมู่ชาวต่างประเทศว่า"อำเภอสุไหวอุเป " ต่อมาเมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๔๕๗ การปลูกพริกไทยของอำเภอทุ่งหว้าได้ลดปริมาณลง ชาวต่างประเทศที่เข้ามาทำการค้าขายต่างพากันอพยพกลับไปยังต่างประเทศ ราษฎรในท้องที่ก็พากันอพยพไปหาทำเลทำมาหากินในท้องที่อื่นกันมาก โดยเฉพาะได้ย้ายไปตั้งหลักแหล่งที่กิ่งอำเภอละงูมากขึ้น ทำให้ท้องที่กิ่งอำเภอละงูเจริญขึ้นอย่างรวมเร็ว และในทางกลับกัน ทำให้อำเภอทุ่งหว้าซบเซาลง

          ครั้งถึง พ.ศ. ๒๔๗๓ ทางราชการพิจารณาเห็นว่ากิ่งอำเภอละงูเจริญขึ้น มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นกว่าอำเภอทุ่งหว้า จึงได้ประกาศยกฐานกิ่งอำเภอละงูเป็นอำเภอ เรียกว่า อำเภอละงู และยุบอำเภอทุ่งหว้าเดิมเป็นกิ่งอำเภอทุ่งหว้า เรียกว่า กิ่งอำเภอทุ่งหว้า ขึ้นอยู่ในการปกครองของอำเภอละงู ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๑๖ กิ่งอำเภอทุ่งหว้าจึงได้รับสถานะเดิมกลับคืนมาเป็นอำเภอทุ่งหว้า

 

 

วิสัยทัศน์จังหวัด

การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เกษตรได้มาตรฐาน สวรรค์ชายแดนใต้

 

คำขวัญจังหวัดสตูล

"สตูล สงบ สะอาด ธรรมชาติบริสุทธิ์"

 

ตราประจำจังหวัด

สัญลักษณ์  เป็นรูปพระสมุทรเทวาสถิตอยู่บนแท่นหินกลางทะเล  เบื้องหลังมีรัศมีพระอาทิตย์อัสดง
ความหมาย  พระสมุทรเทวา คือ เทวดาผู้ปกป้องรักษามหาสมุทร
บัลลังค์หิน คือ วิมารของเทวดา
พระอาทิตย์อัสดง คือ ฝั่งทะเลตะวันตก หรือมหาสมุทรอินเดียนั่นเอง
อักษรย่อจังหวัดสตูล : "สต"

 

อาณาเขต

 

 

ทิศเหนือ  ติดต่อกับอ.รัตภูมิ จ.สงขลา อ.ป่าบอน จ.พัทลุง และ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง

ทิศใต้  ติดต่อกับรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย

ทิศตะวันออก  ติดต่อกับ อ.สะเดา จ.สงขลา และรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย

ทิศตะวันตก  ติดต่อกับทะเลอันดามันมหาสมุทรอินเดีย

 

การปกครอง

ปัจจุบันจังหวัดสตูล แบ่งการปกครองออกเป็น ๗ อำเภอ คือ
๑. อำเภอเมืองสตูล
๒. อำเภอละงู
๓. อำเภอควนกาหลง
๔. อำเภอทุ่งหว้า
๕. อำเภอควนโดน
๖. อำเภอท่าแพ
๗. อำเภอมะนัง

 

 

การเดินทาง

          รถยนต์   จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข ๔ ผ่านประจวบคีรีขันะ  ชุมพร จากนั้นใช้เส้นทางหลวงหมายเลข ๔๑ ผ่านนครศรีธรรมราช  พัทลุง จากพัทลุงไป อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ให้ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข ๔ แล้วแยกขวาไปตามทางหลวงหมายเลข ๔๐๖ ถึงสตูล ระยะทาง ๙๗๓

 

 

          รถไฟ  สามาถรเดินทางไปกับขบวนรถกรุงเทพฯ - ยะลา,กรุงเทพฯ - หาดใหญ่,กรุงเทพฯ - สุไหงโก-ลก หรือกรุงเทพฯ - บัตเตอร์เวิส ลงที่สถานีรถไฟหาดใหญ่ จากนั้นต่อรถตู้หรือรถโดยสารประจำทางสายหาดใหญ่ - สตูล จากสถานีขนส่งหาดใหญ่เดินทางเข้าสตูล ระยะทางประมาณ ๙๘ กิโลเมตร

 

 

          รถโดยสารประจำทาง  มีรถโดยสารปรับอากาศกรุงเทพฯ - สตูล ออกทุกวันที่สถานีขนส่งสายใต้

          เครื่องบิน  สามารถใช้บริการเที่ยวบินจากรุงเทพฯ - หาดใหญ่ แล้วต่อรถตู้โดยสารจากตลาดเกษตรหรือรถโดยสารประจำทาง เดินทางเข้าสตูล  ระยะทางประมาณ ๙๘ กิโลเมตร

 

สถานที่ท่องเที่ยว

 

ชื่อโรงแรม

ที่อยู่

เว็บไซต์

อำเภอเมือง

นกน้ำรีสอร์ท

๔๑ ม.๓ ต.ควนโพธิ์ โทร.๐๗๔๗๒๔๘๘๘ ห้องพักจำนวน ๑๐ ห้อง ราคา ๔๐๐ บาท

นกน้ำรีสอร์ท

บีบี  การ์เด้นส์อินน์

๓๒๖ ม.๗ ถ.ยนตรการกำธร ต.คลองขุด โทร.๐๗๔๗๓๐๘๐๘  ห้องพักจำนวน ๓๐ ห้อง ราคา ๓๐๐-๓๕๐ บาท

บีบีการ์เด้นส์อินน์

บับเบิ้ล เกสท์เฮ้าส์

๑๐/๕๐ ถ.ยาตราสวัสดิ์ โทร.๐๗๔๗๒๒๕๑๘-๙ ห้องพักจำนวน ๒๕ ห้อง ราคา ๓๐๐-๐๘๐ บาท

บับเบิ้ลเกสท์เฮาส์

บังกะโล มายเฮ้าส์

๑๑๑ ถ.ยนตรการกำธร ต.คลองขุด โทร.๐๗๔๗๒๑๗๐๐-๑ ห้องพักจำนวน ๑๖ ห้อง ราคา ๓๐๐-๓๘๐ บาท

บังกะโลมายเฮ้าส์

บังกะโลสตาร์เฮ้าส์

๒๑๓/๓ ถ.สฤษดิ์ภูมินารถ โทร ๐๗๔๗๓๒๕๓๔ จำนวน ๑๕ ห้อง ราคา ๒๐๐-๓๐๐ บาท

บังกะโลสตาร์เฮ้าส์

บายพาส

๗๓/๕๑ ถ.สฤษดิ์ภูมินารถ โทร ๐๗๔๗๒๕๑๗๔ จำนวน ๒๗ ห้อง ราคา ๓๕๐-๕๐๐ บาท

บายพาส

ปาล์มรีสอร์ท

๑๙๙ ถ.ปานชูรำลึก ต.พิมาน โทร ๐๗๔๗๒๕๐๖๙ จำนวน ๒๗ ห้อง ราคา ๓๘๐-๕๐๐ บาท

ปาล์มรีสอร์ท

พีนาเคิล วังใหม่

๔๓ ถ.สตูลธานี ต.พิมาน โทร ๐๗๔๗๑๑๖๑๑  จำนวน ๑๕๕ ราคา ๕๒๐-๑,๕๐๐ บาท

พีนาเคิล วังใหม่

รอยัล เกสท์เฮ้าส์

๔๔๗ ม.๗ ถ.ยนตรการกำธร ต.คลองขุด โทร ๐๗๔๗๓๐๑๕๓ จำนวน ๑๖ ห้อง ราคา ๓๙๐ บาท

รอยัล เกสท์เฮ้าส์

ริมน้ำริเวอร์เฮาส์

๑๓๘ ม.๗ ถ.สฤษดิ์ภูมินารถ ต.พิมาน (ใกล้โรงไฟฟ้าสตูล) โทร ๐๗๔๗๒๕๒๐๐ จำนวน ๑๖ ห้อง ราคา ๓๘๐-๔๕๐ บาท

ริมน้ำริเวอร์เฮาส์

สตูลธานี

๙๐ ถ.สตูลธานี ต.พิมาน โทร ๐๗๔๗๑๑๐๑๐ จำนวน ๕๐ ห้อง ราคา ๑๕๐-๓๕๐ บาท

สตูลธานี

สินเกียรติธานี

๕๐ ถ.บุรีวานิช ต.พิมาน โทร ๐๗๔๗๒๑๐๕๕-๘ จำนวน ๕๐ ห้อง ราคา ๖๕๐ บาท

สินเกียรติธานี

เหรียญทอง

๔/๖ ถ.สมันตประดิษฐ์ ต.พิมาน โทร ๐๗๔๗๑๑๐๓๖ จำนวน ๒๐ ห้อง ราคา ๑๔๐-๑๘๐ บาท

เหรียญทอง

อุดมสุข

๒๐๑ ถ.หัตถกรรมศึกษา ต.พิมาน โทร ๐๗๔๗๑๑๐๐๖ จำนวน ๓๘ ห้อง ราคา ๑๕๐-๓๐๐ บาท

อุดมสุข

อุทยานแห่งชาติตะรุเตา

ต.เกาะสาหร่าย โทร ๐๗๗๘๓๔๘๕ จำนวน ๕๖ ห้อง ราคา ๓๒๐ - ๕๐๐ บาท

อุทยานแห่งชาติตะรุเตา

อำเภอละงู

แกรนด์วิลล่า

๙๓๘ ม.๒ ถ.ละงู-ปากบารา ต.ปากน้ำ โทร ๐๗๔๗๘๓๔๙๙ จำนวน ๑๔ ห้อง ราคา ๒๘๐-๔๐๐ บาท

แกรนด์วิลล่า

แกรนด์ อันดามัน รีสอร์ท

๔๙๓ ม.๔ ต.ปากน้ำ โทร ๐๗๔๗๘๓๖๙๖ จำนวน ๕ ห้อง ราคา ๖๐๐-๑,๒๐๐ บาท

แกรนด์  อันดามัน รีสอร์ท

ลากูน่ารีสอร์ท

๒๐๗ ม.๖ ถ.ละงู-ปากบารา ต.ปากน้ำ โทร ๐๗๔๗๘๓๕๖๗ จำนวน ๒๓ ห้อง ราคา ๒๕๐-๖๕๐ บาท

ลากูน่ารีสอร์ท

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา

ต.ปากน้ำ โทร ๐๗๔๗๘๓๓๐๗๔,๐๗๔๗๘๓๕๐๔ จำนวน ๗ หลัง ราคา ๕๐๐-๑,๕๐๐ บาท

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา

เกาะหลีเป๊ะ

พัทยา ๒ รีสอร์ท

๖๙ ม.๗ ต.เกาะสาหร่าย โทร ๐๗๔๗๒๘๐๓๔ บังกะโล ๓๑ ห้อง ราคา ๓๐๐- ๘๐๐ บาท

พัทยา ๒ รีสอร์ท

เมาท์เท่นรีสอร์ท

๕๗ ม.๗ ต.เกาะสาหร่าย โทร ๐๗๔๗๒๘๑๓๑  จำนวน ๔๕ ห้อง ราคา ๔๐๐-๑,๕๐๐ บาท

เมาท์เท่นรีสอร์ท

วารินทร์บีชรีสอร์ท

ต.เกาะสาหร่าย โทร ๐๑๕๙๘๒๒๒๕, ๐๑๕๔๔๕๕๗ จำนวน ๘๐ ห้อง ราคา ๔๐๐-๑,๘๐๐ บาท

วารินทร์บีซรีสอร์ท

หลีเป๊ะ รีสอร์ท

ม.๗ ต.เกาะสาหร่าย โทร ๐๗๔๗๒๓๘๐๔, ๐๗๔๗๒๔๓๓๖ บังกะโล ๗๐ หลัง ราคา ๖๐๐-๓,๖๐๐ บาท

หลีเป๊ะ รีสอร์ท

 

- | จำนวนเข้าชม 829 ครั้ง